[Fic]Lust (Hanchul) Part12 อิสระ[Full]

posted on 18 Jan 2010 18:56 by dekthingtong

คยูฮยอนลากแขนเล็กของคนข้างตัวให้ออกเดินเร็วๆในทันทีจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง เท้าทั้งสองคู่วิ่งตามกันไปบนเส้นทางเล็กที่มีเพียงเเสงไฟริบหรี่ส่องเเสงอยู่เป็นระยะๆเท่านั้น แต่อยู่ๆเท้าเล็กก็หยุดลงเเละออกเเรงยื้อเล็กๆให้คนด้านหน้าต้องหยุดเดินไปอีกคนเเละหันมามองด้านหลังด้วยความไม่เข้าใจ

"หยุดทำไมน่ะ"เสียงทุ้มร้องถาม

"ผม..จะกลับบ้านแล้ว"ซองมินก้มหน้านิ่งก่อนที่จะเอ่ยตอบเบาๆ มือเล็กสะบัดเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้คยูฮยอนที่ไม่ได้ตั้งตัวเผลอปล่อยข้อมือน้อยๆนั้นให้หลุดออกจากการจับกุมของตน

"ทำไมล่ะ ก็เพื่อนน้อยบอกว่านายอยากไปเที่ยวไม่ใช่หรือไง"

"ผมอยากไปกับเพื่อน ไม่ใช่คุณ"เสียงหวานตอบเสียงเบาลงกว่าเดิมเพราะใจไม่กล้าพอที่จะปฎิเสธน้ำใจคนตรงหน้า"ขอโทษนะครับ"

ร่างเล็กหันหลังให้กับคนตัวสูงก่อนที่จะก้าวยาวๆให้อกห่างจากตรงนั้นโดยเร็วที่สุด แต่พอเดินหนีไปได้แค่ไม่กี่ก้าวเท้ายาวๆก็รีบวิ่งตามมาดึงเเขนของตนให้หันกลับมาทางเดิมเสียก่อน

"ชั้นไม่รับคำขอโทษนั้น ไปกันเถอะ!!"

แสงไฟนีออนที่สลักเป็นตัวอักษรว่า 'Dance' ทำให้ซองมินกระพริบตาถี่ๆด้วยความแปลกใจในสถานที่ที่ตนคุ้นเคยแต่ดูแปลกตาเมื่อได้มาในฐานะลูกค้าบ้าง ถึงเเม้ผับของตนจะปิดแล้วแต่ผับอื่นๆก็มีบ้างประปรายที่ยินดีเปิดต้อนรับลูกค้าไปจนถึงรุ่งสาง ชายหนุ่มข้างตัวลากคนตัวเล็กเข้าไปด้านในก่อนที่จะออกแรงดึงเล็กน้อยให้ลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่โซฟาซึ่งจัดอยู่ในมุมวีไอพี

"ที่นี่มัน.."เสียงหวานพูดขึ้นเบาๆก่อนที่จะมองไปรอบๆตัวด้วยความรู้สึกแปลกที่

"นายก็ทำงานที่ผับอยู่ทุกวัน เปลี่ยนที่หน่อยนี่ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยเหรอ?"คยูฮยอนพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดูกับท่าทางน่ารักของคนที่นั่งอยู่ ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งข้างๆและกวักมือเรียกหนักงานเสิร์ฟให้เดินเข้ามารับออเดอร์

"ชั้นเอาบลูฮาวาย นายเอาอะไรล่ะมินมิน"สั่งเสร็จก็หันไปถามคนข้างตัว แต่ซองมินกลับเอาแต่ส่ายหน้าซึ่งคยูฮยอนก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงตัดสินใจสั่งให้เอง"แล้วก็น้ำส้มคั้นแก้วนึงเเล้วกัน"

"ผมขอมาร์ตินี่"เสียงที่ค้านมาทำให้ร่างสูงหันไปเลิกคิ้วใส่ด้วยความแปลกใจ

"ก็ผมได้แต่เสิร์ฟไม่เคยได้ชิมเลยอะ เห็นฮยอกแจปั่นแล้วน่าอร่อยดี"

"ฮยอกแจ?"

"เพื่อนผมน่ะ"

"เฮ้ แน่ใจนะ ชั้นไม่อยากเห็นนายเมา"คยูฮยอนหรี่ตามองร่างเล็กๆด้วยความกังวล กลัวว่าถ้าซองมินเมาขึ้นมาจะแย่ แต่เจ้าเด็กเสิร์ฟหน้าหวานกลับส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร ชายหนุ่มจึงจัดการสั่งมาตินี่แก้วเล็กให้กับคนข้างๆและนั่งนิ่งรอเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ

"ทำไมคุณไม่เห็นมีปัญหากับเด็กเสิร์ฟที่นี่เลยอะ"ซองมินตัดสินใจถามขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศบนโต๊ะมันดูเงียบเกินไปถึงเเม้เสียงเพลงในสถานที่นั้นจะดังมากก็ตาม

"นายเห็นชั้นเป็นจอมหาเรื่องหรือไงล่ะ"

"เปล่า ก็วันนี้คุณตะคอกใส่ผม.."

"ห๊ะ นี่นายยังคิดมากเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอเนี่ย"คยูฮยอนร้องถามด้วยความแปลกใจ ไม่นึกว่าเรื่องเล็กๆแบบนั้นซองมินจะเก็บมาคิดได้ขนาดนี้ ร่างเล็กก้มหน้าอีกครั้งเพราะกลัวว่าคนข้างๆจะต่อว่าเอาแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อคยูฮยอนตอบกลับมาเสียงอ่อน

"ชั้นขอโทษก็แล้วกัน คิดซะว่าวันนี้ชั้นพามาไถ่โทษก็แล้วกันนะ"

"อะ..ฮะ"ซองมินตอบเสียงตะกุกตะกัก ก่อนที่เครื่องดื่มที่สั่งไว้เมื่อครู่จะนำมาเสิร์ฟ ต่างฝ่ายก็ต่างดื่มเครื่องดื่มในแก้วของตนเอง ซองมินค่อยๆละเลียดจิบช้าๆเพราะไม่อยากเมามากมายให้คยูฮยอนได้เห็น ส่วนบอร์ดี้การ์ดหนุ่มก็ค่อยๆดื่มบลูฮาวายของตนช้าๆเช่นกันเพราะกลัวว่าถ้าตนเมาแล้วจะพาซองมินกลับบ้านไม่ได้

"นายพักที่ไหนล่ะ เดี๋ยวชั้นไปส่งเอง"หลังจากที่ผ่านไปสักพักร่างสูงก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน ซองมินละปากอิ่มอกจากปากแก้วก่อนที่จะหันมาตอบ

"ไม่ต้องหรอกครับ..ผมกลับเองดีกว่า"

"ได้ยังไงล่ะ นายมากับชั้นก็ต้องให้ชั้นไปส่งสิ"

"คือ ผมไม่สะดวกจริงๆนะ ผมกลับเองได้คุณไม่ต้องห่วงผมหรอก"ซองมินตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับหลบสายตาคมของคยูฮยอนราวกับกำลังปิดบังอะไรอยู่ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่นเลยไม่ถามอะไรออกมาอีก

ทำไมเขาดูมีความลับมากมายนักนะ?

ท่วงทำนองเพลงซอร์ฟร็อคดังขึ้นพร้อมกับผู้คนที่ต่างพากันกรูเข้าไปอยู่ที่ฟลอเป็นการปิดท้ายค่ำคืนนี้ คยูฮยอนหันไปมองซองมินที่กำลังจ้องไปที่ฟลอด้วยความสนใจก่อนที่จะกระตุกยิ้มเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อมือเล็กและออกเเรงดึงให้ตัวเล็กๆยืนขึ้น ซองมินจำต้องลุกขึ้นตามแรงดึงก่อนที่จะถูกลากเข้าไปยืนอยู่กลางฟลอในทันที แสงไฟที่สาดส่องลงมาที่ร่างทำให้ชายหนุ่มหน้าหวานยืนแข็งท่อด้วยความเขินอายผสมความประหม่า คยูฮยอนที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นอาการนั้นเเล้วก็หัวเราะด้วยความชอบใจ ก่อนที่จะจับมือซองมินให้ชูขึ้นกลางอากาศโดยที่ร่างเล็กก็มองตามการกระทำนั้นด้วยความไม่เข้าใจ

"ตอนนี้นายต้องเป็นคนเปิดฟลอร์แล้วล่ะ มินมิน"ทันทีที่สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ร่างเล็กก็แข็งทื่อกว่าเดิมในทันที นึกอยากจะเดินหนีออกห่างจากตรงนั้นให้มากที่สุด แต่ขาทั้งสองกลับก้าวไม่ออก ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความรู้สึกอับอายจนแทบพลิกแผ่นดินหนี ร่างสูงที่เห็นอาการเหล่านั้นก็ส่ายหน้าน้อยๆก่อนที่จะจัดการเป็นคนคุมเกมส์ในทันที

เสื้อเเจ็คเก็ตสีดำถูกถอดออกและเหวี่ยงออกไปในอากาศ เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีดำภายในของคยูฮยอน ร่างสูงสะบัดทั้งตัวเละเต้นในท่าที่ดูแข็งแรงตามเสต็ปของเพลงตรงหน้าซองมิน ร่างเล็กมองการกระทำนั้นอย่างทึ่งๆ ไม่นึกว่าชายหนุ่มจะเต้นได้ดีขนาดนี้ และในทันทีที่คยูฮยอนเริ่มเต้นนั้นเสียงกรี๊ดกร๊าดของหญิงสาวทั้งเเท้เเละเทียมในผับก็ดังขึ้น

มือเรียวจัดการดึงซองมินให้เข้ามาหาตัว ก่อนที่จะออกแรงที่ข้อมือให้มือเล็กนั้นชูขึ้นลงและออกท่าทางตามที่ตนบังคับ เมื่อมือของึคยูฮยอนขยับมือของซองมินก็ขยับตามไปด้วยในท่วงท่าเดียวกัน สะโพกเล็กเริ่มขยับเล็กน้อยก่อนที่จะกลายเป็นเต้นเข้าจังหวะกับเพลงในที่สุด เสื้อยืดสีชมพูโชกไปด้วยเงื่อเมื่อเจ้าของเสื้อออกเเรงเต้นเต็มที่และเมื่อไฟที่กลางฟลอดับลง ก็เหมือนยิ่งสร้างความกล้าให้กับซองมินมากขึ้น

คยูฮยอนค่อยๆปล่อยมือออกจากข้อมือเล็กพร้อมกับเต้นไปด้วยกันกับซองมินจนเพลงจบ และดีเจกล่าวลาลูกค้าทุกคนเพื่อบอกว่าถึงเวลาที่ผับจะปิดแล้ว ทันทีที่ไฟเปิดก็เหมือนเรียกความอายให้กลับเข้าสู่ตัวร่างเล็กทันที ซองมินก้มหน้านิ่งก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะ โดยมีเสียงกรีดร้องไล่ตามหลังมาเป็นการชื่นชม ใบหน้าหวานเเดงจัดด้วยความเขินอาย ตั้งเเต่เกิดมาเพิ่งมาเจอเรื่องหน้าอายแบบนี้เป็นครั้งเเรก

"เป็นไง ร้อนเเรงดีนี่นายน่ะ"คยูฮยอนที่เดินตามมาทีหลังพูดขึ้นเป็นเชิงล้อ

"เพราะคุณนั่นแหละ"

"ชั้นเห็นนายนั่งมองเขาเต้นกันตาลุกวาวเลย อย่าแก้ตัวนะว่าไม่อยากลองเต้นดูบ้างน่ะ"

"....."ซองมินเม้มปากแน่นก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองตาคยูฮยอนและยิ้มออกมาบางๆ

"ขอบคุณนะฮะ วันนี้ผมมีความสุขจริงๆ"

"...."

"วันหลังพาผมไปเที่ยวที่อื่นอีกนะ"

 

แดดยามเช้าส่องเข้ามาภายในห้องทำให้คนที่นอนหลับใหลอยู่ต้องค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นด้วยความงัวเงีย ฮีชอลค่อยๆขยับตัวทีละน้อยก่อนที่จะหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดเมื่อความรู้สึกปวดเเล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนต้องทรุดตัวลงนอนตามเดิม

"สิ้นฤทธิ์แล้วหรือไง"เสียงทุ้มดังขึ้นที่มุมห้องทำให้คนสวยรีบหันหน้าไปมองที่ต้นเสียงทันที ฮันกยองนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเล็กที่มุมห้องด้านหนึ่ง สายตาคมกวาดมองไปที่ร่างบอบบางซึ่งส่วนที่พ้นผ้าห่มมานั้นสร้างความรู้สึกหวามให้กับเขาได้ไม่ยาก

เมื่อตั้งสติได้ มือบางก็จัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่างของตนทันที ก่อนที่จะค้อนขวับส่งให้และพยายามไม่ขยับตัวอีกเพราะหากขยับอีกสักนิดคงได้เจ็บปวดไปอีกนานแน่

"ไม่คิดจะพูดกับเจ้าของหน่อยหรือไง"

"นายไม่ใช่เจ้าของชั้น"ฮีชอลตอบเสียงเข้มก่อนที่จะหันหน้าหนีไปอีกทาง ฮันกยองหัวเราะหึในคอก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นจากโซฟานุ่มและตรงมาที่เตียงใหญ่อย่างช้าๆ ฮีชอลที่หันหน้าหนีไปอีกทางนั้นเมื่อรู้สึกว่าเสียงเริ่มเงียบลงก็ตัดสินใจหันใบหน้าหวานของตนไปทางเดิมก่อนที่จะตาลุกวาวด้วยความตกใจเมื่อร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

"นะ..นาย..ออกไปเลยนะ จะทำอะไรน่ะ"

"ก็จะกำราบคนอวดเก่งยังไงล่ะ"พูดสั้นๆก่อนที่จะค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งข้างๆตัว ฮีชอลอยากกระเถิบตัวหนีใจจะขาดแต่ก็ไม่อาจทนความเจ็บปวดจากช่องทางด้านหลังที่เพิ่งได้พักไม่นานหลังจากที่ฮันกยองยอมละออกจากกิจกรรมที่ดำเนินยาวนานมาจนข้ามคืนได้

"ใคร? ใครอวดเก่ง?"ถึงเเม้จะกลัวอยู่มากแต่ก็ยังปากเก่งออกไปจนได้

"ยังไม่รู้ตัวอีกนะ หรือจะให้พิสูจน์ หืม?"ไม่พูดเปล่า แต่ใบหน้าหล่อกลับค่อยๆโน้มลงจนริมฝีปากแทบจะจรดลงที่กลีบสีชมพูอ่อนของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ฮีชอลเบิกตากว้างกลัวว่าฮันกยองจะทำอะไรอีก แต่ก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อริมฝีปากของคนข้างๆแค่ทาบทับลงมาเบาๆค้างไว้เพียงชั่วครู่แล้วก็ถอนออกไป

ฮันกยองถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะหลังจากที่ปล่อยให้ร่างบางได้พักผ่อนแล้วตนเองก็ออกไปเคลียร์เอกสารต่างๆที่ละไปเพื่อเที่ยวกับฮีชอล งานที่เข้ามานั้นมากขึ้นกว่าทุกวันเพราะเขาเลือกฮีชอลมากกว่าธุรกิจที่อาจทรุดตัวลงได้หากขาดเขาไปวันหนึ่ง หลังจากที่เคลียงานเสร็จแทนที่จะได้นอนพักก็กลับใช้เวลาที่เหลือมานั่งมองใบหน้าของฮีชอลยามหลับแทน จนร่างเล็กตื่นถึงจะได้พูดกวนประสาทออกมาอีกครั้งถึงเเม้ว่าจะเหนื่อยเต็มที

"วันนี้จะลงโทษแค่นี้แล้วกัน ขอบคุณชั้นซะนะ"ถึงแม้จะไม่ยอมทำอะไรเพราะรู้สึกเพลียเต็มทีแต่ก็ยังวางท่าขรึมส่งไปให้ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงและเดินออกจากห้องไป ฮีชอลมองตามแผ่นหลังของมาเฟียหนุ่มออกไปอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าชายหนุ่มมาอารมณ์ไหน เปลือกตาเล็กหลุบลงเพื่อนอนหลับพักผ่อนอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าร่างกายยังคงพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออกเบาๆ ทันทีที่สายตาหันไปมองที่ประตูก็พบว่าฮันกยองกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับถ้วยสองใบ ใบแรกเหมือนจะเป็นถ้วยบรรจุข้าวต้มเพราะมันส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกล ส่วนอีกถ้วยเขาไม่รู้ว่าเป็นอะไร ตาคู่โตมองไปที่ภาชนะในมือของฮันกยองอย่างงงๆ ร่างสูงเดินเข้ามาที่ริมขอบเตียงก่อนที่จะวางทั้งสองถ้วยไว้ที่โต๊ะเล็กๆข้างเตียง พร้อมกับนั่งลงที่เดิมก่อนที่จะออกไปเมื่อครู่

"อะไรน่ะ"ในที่สุดคนอวดเก่งก็ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวต้องเปิดปากถามออกไปถึงเเม้จะไม่อยากพูดกับฮันกยองในตอนนี้ก็ตาม

"หลับตาก่อน เดี๋ยวก็รู้เองแหละน่า หลับไปเลยได้ยิ่งดีตื่นขึ้นมาก็กินข้าวต้มทะเลนี่ซะ นายไม่ได้กินอะไรมาหลายวันเเล้วนะ ไม่รู้ว่าอยู่มาได้ยังไง"ได้ทีก็ต่อว่าออกมาเป็นชุด ทำให้ใบหน้าหวานของอีกฝ่ายเบ้ขึ้นมาทันที ฮีชอลจิ๊ปากเล็กๆด้วยความไม่พอใจแต่ก็ไม่อยากขัดใจจึงค่อยๆหลับตาลง พยายามทำใจให้สงบ จะได้หลับไวๆไม่ต้องมาทนฟังคำพูดกวนประสาทของฮันกยองอีก

"หลับหรือยังน่ะ?"ผ่านไปได้สิบนาทีกว่าฮันกยองก็ถามขึ้นเสียงเข้ม แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมาแถมอีกฝ่ายก็หายใจเข้าออกเป็นจังหวะจึงเริ่มมั่นใจได้ว่าคนสวยนั้นหลับไปเรียบร้อยเเล้ว มาเฟียหนุ่มจัดการหยิบผ้าชุบน้ำที่อยู่ในถ้วยอีกใบขึ้นมาก่อนที่จะบิดหมาดๆและจัดการเช็ดลงไปที่หน้าผากเนียนเบาๆ ไล่ลงมาถึงจมูกโด่งได้รูป ค่อยๆซับและถูไถไปทั่วใบหน้าก่อนที่จะลากยาวมาจนถึงต้นคอ หลังจากที่จัดการกับส่วนของใบหน้าเสร็จก็ต่อที่เเขนเรียว

มือเรียวค่อยๆเลิกผ้าห่มผืนเล็กลงก่อนที่จะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าของฮีชอลเด่นชัดตรงหน้า ผ้าชุบน้ำบิดหมาดนั้นถูไปที่บริเวณหน้าท้องเเบนราบของร่างบาง ยาวมาจนถึงบริเวณส่วนอ่อนไหวด้านล่าง ฮันกยองเบนสายตาหนีจากตรงนั้นกลัวว่าจะทนเก็บกักอารมณ์ไม่ไหวและจัดการกลืนกินครตรงหน้าเสียก่อน แต่เมื่อไม่ได้มอง มือเรียวก็เผลอไปโดนเข้าที่ส่วนปลายทำให้คนที่นอนอยู่เผลอครางออกมาทั้งที่นอนหลับ ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงหวานร้องขึ้นมาเบาๆก่อนที่จะละมือออก

"เฮ้อ..นายจะทำให้ชั้นอดใจไม่ไหวนะฮีชอล"ร้องครางออกมาเบาๆเมื่อเริ่มรู้สึกถึงเเรงอารมณ์ของตัวเองที่พลุ่งพล่านอยู่ในขณะนี้

"อืออ..อออ"

"บ้าชิบ!"สบถออกมาเบาๆก่อนที่จะจัดการเเยกขาเรียวออกจากกัน และความเจ็บปวดที่พลุ่งพล่านก็ทำให้ร่างที่นอนหลับอยู่นั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดถึงเเม้จะยังไม่รู้สึกตัวก็ตามนิ้วนิ้วเรียวค่อยๆเช็ดคราบเลือดที่ผสมไปกับน้ำรักสีขุ่นที่เลอะอยู่ที่ปากทางเข้าอย่างอ่อนโยน กลัวว่าจะทำให้คนที่นอนหลับอยู่นั้นต้องตื่น

ผ้าชุบน้ำถูกบิดให้เป็นกลียวเล็กๆแข็งๆและสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักทีละน้อย และทุกครั้งที่ฮันกยองออกแรงใส่มันมากเกินไป ร่างเล็กก็จะสะดุ้งขึ้นมาน้อยๆราวกับความต้องการส่วนลึกกำลังเรียกร้องสัมผัสร้อนอยู่ แต่เจ้าตัวกลับอ่อนเพลียและหลับอยู่ไม่ยอมรู้สึกตัวเสียที ทันทีที่ผ้าสีขาวสะอาดถูกดึงกลับออกมาผ้าผืนนั้นก็เต็มไปด้วยสีแดงของเลือดและกลิ่นคาวทั้งสิ้น และนั่นทำให้ฮันกยองเริ่มรู้สึกผิด

หรือผมจะทำรุนเเรงเกินไปกันนะ?

"นายผิดเองนะ ที่คิดจะหนีไปจากชั้นทั้งๆที่ตกลงกันเอาไว้เเล้ว"

"...."

ฮันกยองจ้องมองใบหน้าสวยงามนั้นอยู่นานราวกับตกอยู่ในภวังค์ ก่อนที่จะตั้งสติได้และตบเข้าที่แก้มของตนเพื่อเรียกสติที่หายไปให้กลับคืนมา ไม่อยากผูกมัดฮีชอลไว้กับตัวเองมากเกินไปเพราะเขาเองก็ไม่อยากอยู่กับฮีชอลตลอดเวลาเหมือนกัน

เพราะถ้าสักวันที่ฮันกยองต้องปล่อยฮีชอลไป..คนที่จะต้องเสียใจเเละเหงาอยนู่คนเดียวก็คงเป็นเขา..

"อยู่กับชั้นอีกนิดนะ..ขอเพียงแค่ชั้นหาตัวฮีจินเจอ.."

"...."

"นายก็จะเป็นอิสระอย่างที่ใจนายต้องการ"

Comment

Comment:

Tweet

ฮันเริ่มรักซินแล้วดีใจจัง

#3 By ricbird on 2010-05-24 02:45

ป๋าฮันค่ะ ท่องนะโมคงไม่ช่วยใช่ไหมคะ?

เจ๊ซินหลับเป็นตคายไปเลย ไม่รุ้อะไรเลยนะ

ดดนลักหลับไปแล้ว...

#2 By TJ (58.11.58.62) on 2010-04-14 02:12

เม้นในเด็กดีนะคะ

#1 By ~CHuHEe~ คิระ ยางามิ (113.53.65.216) on 2010-03-21 22:49